จัดกระเป๋าพร้อมลุย!
อ่านหัวข้อโพสต์แล้วคิดว่าจะไปเที่ยวใช่ไหมคะ เปล่าเลยค่ะ ;-P พอดีจู่ๆนึกเรื่องนึงขึ้นมา ผู้เขียนเคยเล่าไว้สมัยก่อน หลายปีมากแล้วค่ะตอนมาอยู่อิตาลีไม่นานนัก ในบล๊อกนึงซึ่งตอนนี้ไม่มีแล้ว เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ควรรู้ ผู้เขียนเลยอยากเอามาแบ่งปันไว้ที่บล๊อกนี้ด้วยค่ะ
ตอนผู้เขียนมาอยู่ใหม่ๆก็จะยังต้องเรียนรู้การใช้ชีวิต ความคิด ความรู้รอบตัว อะไรพวกนี้จากคนอิตาเลียนใช่ไหมคะ แรกๆก็ซึมซับอะไรมามากจากพ่อแม่สามีค่ะ มีอยู่เรื่องนึงที่สมัยนั้นแอบตกใจ คิดว่าโอ้โหอะไรจะปานนั้น แต่พอคิดอีกที มันก็จริงของเขาเหมือนันนะ คุณแม่สามีเคยบอกว่า ผู้ใหญ่สมัยก่อนจะสอนเสมอว่า ควรเตรียมตัวให้พร้อมทุกประการ เพราะไม่รู้เมื่อไหร่ตัวเองจะต้องล้มป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นควรเตรียมกระเป๋าไว้ให้พร้อม! เอิ่ม..ตอนแรกฟังแล้วผู้เขียนก็งงๆ ว่าเฮ้ย จะต้องเตรียมกระเป๋าเตรียมลากเข้าโรงหมอขนาดนั้นเลยเรอะ จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิดเลยค่ะ เพราะว่าที่อิตาลีนี้ เวลาเข้าโรงพยาบาลไม่เหมือนเมืองไทยที่ทางรพ.จะมีชุดผู้ป่วยเป็นแบบฟอร์มของรพ.อยู่แล้ว ผู้ป่วยแต่ละคนก็จะได้สบู่ ยาสีฟันแปรงสีฟัน หรือของใช้ส่วนตัวทั่วไปไม่ต้องจัดหามาเองจากบ้านใช่ไหมคะ ทางบ้านอาจจะแค่ต้องเอาชุดชั้นในมาให้เปลี่ยน เอาอะไรที่ส่วนตั๊วส่วนตัวจริงๆมาให้ แต่อย่างอื่นทางรพ.จะจัดให้ บางทีเอาตะกร้าของรพ.กลับบ้านมาใช้อีกต่างหาก
แต่รพ.ที่อิตาลี ไม่ว่าจะรพ.รัฐ รพ.เอกชน เขาไม่มีชุดให้ใส่ค่ะ คุณจะต้องมีชุดนอนมาใส่ มีร้องเท้าแตะ มีของใช้ส่วนตัวทุกอย่างมาเอง ชุดนอนก็ควรจะต้องดูดีมีคลาส ไม่ใช่ใส่ชุดเก่าๆ คนอิตาเลียนเนี่ยเขาจะมีรสนิยม มีแฟชั่นอยู่ในสายเลือดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่อยากอับอายคุณก็ต้องมีชุดนอนที่ดูดีเรียบร้อย อย่างน้อยก็ดูใหม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนเขาสอนกันมาก็ไม่ผิดอะไร คุณแม่สามีจะมีกระเป๋าขนาดกำลังดีสภาพโอเค ข้างในจะใส่ชุดนอนใหม่ๆสัก 2-3ชุด ชุดคลุมสำหรับใส่เดินในรพ. ชุดชั้นใน ผ้าขนหนู ยาสีฟันแปรงสีฟัน ของหลักๆเตรียมไว้ครบ เอาเป็นว่าล้มป่วยเมื่อไหร่ก็หิ้วกระเป๋าเข้ารพ.ได้ทันทีทันใดไม่ตอ้งเครียด
สมัยนี้ผู้เขียนคิดว่าคนรุ่นใหม่ก็คงไม่ได้เตรียมกระเป๋าพร้อมถึงขนาดนั้นกันทุกคนแล้วค่ะ ตัวผู้เขียนเองบอกตรงๆว่าถ้าตอ้งเข้ารพ.คงจะต้องลำบากคนในครอบครัวเป็นแน่แท้ เพราะชุดนอนใหม่ๆดูดีก็ไม่มีเตรียมไว้เลย ชุดคลุมสวยๆยิ่งไม่มีไปใหญ่ แต่ผู้เขียนก็ไม่ได้เห็นความจำเป็นถึงขนาดต้องเตรียมกระเป๋าไว้พร้อมขนาดนั้น ถ้าไม่ได้เข้ารพ.ยาสีฟันคงหมดอายุไปนาน ตอ้งเปลี่ยนใหม่ทุกบ่อยๆ เอาเป็นว่าคติประจำใจของผู้เขียนคือ ห้ามป่วย! ห้ามตาย! ตอนผู้เขียนคลอดลูกอันนั้นอีกเรื่องนึงค่ะ เพราะเรารู้อยู่แล้วเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องเป็นอะไรกระทันหันคงจะต้องลำบากสามีและพ่อแม่สามีเป็นแน่
จริงๆคุณแม่สามีของผู้เขียนหลังๆนี้ก็เริ่มเปลี่ยนทัศนคติไปบ้างค่ะ คงจะไม่ได้คิดมากเรือ่งนี้เหมือนสมัยก่อนแล้ว พูดถึงเรือ่งห้ามตายเนี่ย สามีผู้เขียนมักจะกุมขมับเมื่อผู้เขียนพูดถึงเรือ่งนี้ สามีไม่ชอบให้เอ่ยถึงค่ะ แต่ว่าผู้เขียนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงในชีวิตคนเรา ไม่ได้จะคิดว่ามันต้องเกิดตอนนี้ แต่สักวันมันต้องเกิดใช่ไหมคะ นานๆทีถ้าจะแหย่สามีทีก็จะคิดออกมาดังๆว่า นี่ถ้าฉันเป็นอะไรไปแล้วพวกเธอจะทำอย่างไรกะบอดี้ฉันเนี่ย บาทหลวงของโบสถ์ก็คงทำตัวไม่ถูกเพราะฉันเป็นชาวพุทธ แล้วอีกอย่าง ยังไม่เคยสังเกตเห็นที่สุสานไหนเลยว่ามีหลุมของชาวต่างชาติแบบเรา ชาวอิสลามเขาจะมีกันเยอะและจะมีชุมชนของพวกเขา แต่ชาวพุทธนี่จะอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ นอกเสียจากว่าอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่นโรม วัดก็พอมีกระจัดกระจายอยู่บ้างแต่ก็อยู่ไกล และมีไม่กี่แห่ง สามีผู้เขียนจะอารมณ์บ่จอยทันที่ถ้าผู้เขียนเอ่ยเรือ่งนี้ จริงๆผู้เขียนก็ไม่ได้คิดมากคิดมายหรอกค่ะ เพราะตัวเองคงไม่ต้องลำบากอะไรถ้าถึงเวลานั้น แต่จะลำบากคนอื่นเสียมากกว่า ผู้เขียนเลยบอกสามีว่า ไม่คิดเลยก็ไม่ได้นะ เราก็ต้องลองหาข้อมูล แป่ว! ข้อสังเกตของผู้เขียนเองนะคะ คนจีนมีเต็มบ้านเต็มเมืองอิตาลี แต่ไม่ยักกะเคยได้ยินคนจีนทำพิธีเกี่ยวกับเรือ่งนี้เลย ทุกคนจะส่งศพกลับบ้านเกิดกันหมดเลยหรือ มันน่าคิดไหมคะ เอาเป็นว่าไม่อยากเยิ่นเย้อเรื่องไม่ค่อยมงคลเท่าไหร่ เดี๋ยวผู้อ่านจะไม่ชอบใจก็เป็นได้ คติประจำใจผู้เขียนจึงยังคงต้องเป็น “ห้ามป่วย ห้ามตาย!” ด้วยฉะนี้แล






